เจาะลึกศึกบ็อกซิ่งเดย์ ทีมใด จะเป็นทีมลุ้นแชมป์ 2020/2021

บ็อกซิ่งเดย์

บ็อกซิ่งเดย์

เจาะลึกศึก บ็อกซิ่งเดย์ ทีมลุ้นแชมป์

ก่อนอื่น เราคงต้องมาทำความเข้าใจ ให้ตรงกันกับคำว่า “Boxing Day” หรือ “บ็อกซิ่งเดย์” นั้น มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง กับแม่ไม้มวยไทย หรือมวยสากลแต่ประการใดเลย แต่บ็อกซิ่งเดย์ในที่นี้ หมายถึง “วันแกะกล่องของขวัญ” และ นับเป็นวันหยุดประจำปีของธนาคาร และภาคส่วนราชการ ซึ่งจะตรงกับวันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี รวมทั้งยังเป็นวัน ที่มีการมอบของขวัญ ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสหราชอาณาจักร , แคนาดา , ออสเตรเลีย , นิวซีแลนด์ รวมไปถึงบางชาติ ในเกาะอังกฤษ ที่นับถือศาสนาคริสต์นั่นเอง

อ่านเจาะลึก
ทางเข้าเล่นts911
คลิก !
ลิเวอร์
เชล
แมนย

 

วัน บ็อกซิ่งเดย์ ในอดีต

          สำหรับ วันบ็อกซิ่งเดย์ มีที่มาจากอังกฤษ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 จะเป็นการที่ นายจ้างแจกของขวัญ ให้แก่ลูกจ้าง หรือเปรียบกับปัจจุบัน นั่นก็คือโบนัส ขณะที่ทางฝ่ายลูกจ้าง เมื่อได้ไปพักผ่อน และกลับมาจากภูมิลำเนาแล้ว ก็จะนำกล่อง มาให้แก่นายจ้างหย่อนเงินลงในกล่อง เป็นของขวัญวันสิ้นปีที่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาช้านาน 

          ขณะที่ในแคนาดา บรรดาห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ จะทำการลดกระหน่ำสินค้ามากมาย  และจะมีผู้คนออกมาต่อคิว กันอย่างหนาแน่น เพื่อรอประตูห้างสรรพสินค้า เปิดตั้งแต่เที่ยงคืน กันเลยทีเดียว

          ส่วนบ็อกซิ่งเดย์ ที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ เป็นในแง่ของโลกลูกหนัง  โดยปกติแล้ว ช่วงเวลานี้ไปจนถึงปีใหม่ บรรดาลีกแต่ละชาติส่วนใหญ่ ก็จะงดการแข่งขัน เพื่อให้นักเตะ ได้กลับไปฉลองกับครอบครัว 

          แต่นั่นไม่ใช่ที่อังกฤษ เนื่องจากบ็อกซิ่งเดย์ ที่อังกฤษนั้นมันเป็นโปรแกรมการโม่แข้ง ที่หฤโหดไม่น้อยเลยทีเดียว  โดยแต่ละทีม จะมีคิวลงฟาดแข้งกัน 2 – 3 นัดนับจากวันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี ลากยาวไปจนหลังปีใหม่  รวมทั้งยังจัดได้ว่าช่วงบ็อกซิ่งเดย์นั้น มันสำคัญไม่น้อยเลย กับการลุ้นแชมป์ หรือหนีตกชั้น

แหล่งที่มา
ลุงซาน

 

 บ็อกซิ่งเดย์ ในศึกฟุตบอล

          บ็อกซิ่งเดย์ ประเดิมนัดแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อฤดูกาล 1888 – 1889 ซึ่งตอนนั้นยังใช้ชื่อ “ดิวิชั่น 1 อังกฤษ” ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น “พรีเมียร์ลีก” ในปัจจุบันนี้  โดยที่คู่ประวัติศาสตร์นั้น เป็นการแข่งขันระหว่าง เปรสตันนอร์ธเอนด์ ปะทะกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้  ซึ่งเป็นฝ่ายเปรสตัน ที่คว้าชัยไปด้วยสกอร์ที่ท่วมท้น 5 – 0 ในวันที่ 26 ธันวาคม 1888

          ขณะที่ก่อนหน้านี้นั้น วันบ็อกซิ่งเดย์จะมีการบรรเลงเพลงแข้งกัน 10 คู่รวดเลยทีเดียว  แต่ในปัจจุบันนั้น มีธุรกิจ และเม็ดเงินจากการถ่ายทอดสด เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้คิวบ็อกซิ่งเดย์ ไม่ได้จบในวันเดียวแบ่งออกเป็น 2 – 3 วัน

          ฤดูกาลนี้ จะเรียกได้ว่าการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกนั้น เปิดกว้างมากที่สุดเลยก็ว่าได้  เนื่องจากแต่ละทีมนั้น มีคะแนนเกาะกลุ่มทิ้งห่างกัน ไม่มากนัก  ขณะที่ก่อนหน้านี้ หากเป็นตอนนี้แล้วล่ะก็ เราจะเห็นทีมลุ้นแชมป์ฉีกออกมาอย่างเด่นชัดเต็มที่ 3 – 4 ทีม 

         แต่ในซีซั่นนี้นั้น ลุ้นกันมันหยดแบบสุดติ่งกระดิ่งโดราเอมอนกันเลยทีเดียว เพราะว่าอาจจะมีเกือบ 10 ทีมที่มีลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้ ตามทฤษฏีเลยก็ว่าได้

 

เจาะลึกฟุตบอลในคืนวัน บ็อกซิ่งเดย์

          เราไปประเดิมเจาะลึกศึก บ็อกซิ่งเดย์ ด้วยแชมป์เก่า และจ่าฝูงอย่างลิเวอร์พูลกันเลยดีกว่า  แม้ว่าฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลจะเจอกับอุปสรรคมากมายต่อการป้องกันแชมป์ นับตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่น ที่ต้องเสียปราการหลังสตาร์ทีมชาติฮอลแลนด์ อย่างเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่า จนเข้ารับการผ่าตัดไปเป็นที่เรียบร้อย และตอนนี้ อยู่ในช่วงฟื้นฟูสภาพร่างกาย 

          หลังจากนั้น ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ล้มหายตายจาก ผลัดกันเข้าโรงหมอในแอนฟิลด์เป็นว่าเล่น จนบัญชียาวเป็นหางว่าว ไม่ว่าจะเดี้ยงสั้น หรือเดี้ยงยาว  แต่ต้องยกย่องยอดกุนซือชาวเยอรมัน ว่ามีมันสมองดังเพชร ที่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จนสามารถพาลิเวอร์พูล รั้งจ่าฝูงอยู่ได้ ณ บัดนาว 

          ซึ่งคิวบ็อกซิ่งเดย์ของหงส์แดงนั้น จัดได้ว่าไม่ยากเย็นสักเท่าไหร่ เมื่อจะได้เปิดบ้านต้อนรับทีมรองบ๊วย ที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชใหม่เป็น แซม อัลลาร์ไดซ์ อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ อย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน  ก่อนที่ต้องยกพล บุกไปเยือนนิวคาสเซิ่ล

          ขณะที่โคตรทีมที่กวาดแชมป์ในนามใหม่ ที่ว่าพรีเมียร์ลีกไปได้มากที่สุด อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้ประกาศตัว ลงลุ้นแชมป์ซีซั่นนี้ด้วย อย่างเป็นทางการ  หลังจากที่เหล่าสาวกปีศาจแดง แอบหลบซ่อนตามซอกตึกมานาน 

          ก่อนที่จะถึงเวลา ที่ผีแดงโกยแต้มไปเป็นกอบเป็นกำ จนทำให้เข้าสู่เส้นทางลุ้นแชมป์  โดยลูกทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาต้องเจอกับคิวบ็อกซิ่งเดย์ ถึง 3 แมตช์ด้วยกัน ซึ่งรวมหนึ่งแมตช์ที่ตกค้าง แข่งน้อยกว่าชาวบ้าน 

          และแมนฯยูฯ ต้องประเดิมศึกบ็อกซิ่งเดย์ ด้วยงานช้างเลยก็ว่าได้ เมื่อต้องออกไปเยือน ทีมที่มีลุ้นแชมป์ด้วยกัน อย่างเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ตอนนี้รั้งรองจ่าฝูง  ก่อนที่จะได้เล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ดสองนัดรวด ด้วยการรับมือวูล์ฟแฮมป์ตัน และแอสตัน วิลล่า ตามลำดับ

         

          ทางด้านคู่กัดร่วมเมืองของผีแดง อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต้องเผชิญ กับโปรแกรมโหดช่วงบ็อกซิ่งเดย์ 3 นัดเช่นเดียวกับ แมนฯยูฯ เพราะว่ามีเกมตกค้างเช่นกัน  โดยทีมเรือใบสีฟ้า จะเปิดเอติฮัต สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด  ก่อนที่จะเจอกระดูกชิ้นโต กับทีมเกาะกลุ่มร่วมลุ้นแชมป์อย่างเอฟเวอร์ตัน และเชลซี ตามลำดับ 

          ซึ่งที่สำคัญ มันเป็นเกมเยือนสองนัดซ้อน  และหากเราสังเกตให้ดี ในซีซั่นนี้ลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ได้มีฟอร์มการเล่น ที่เหี้ยมเกรียม เหมือนที่ผ่านมา  ซึ่งจะเห็นได้ว่า เล่นแต่ละนัด แบบเน้นสามแต้มเท่านั้นพอ  โดยอาจเป็นไปได้ ว่าจอมวางหมาก ชาวสเปน เข้าใจ กับสัจธรรมโลกลูกหนัง ที่ว่า “ ชนะสักกี่เม็ด ก็สามแต้มเท่ากัน ” จึงทำให้ เรือใบสีฟ้า ไม่ได้เล่นในสไตล์เดินหน้าฆ่ามันยิงคู่แข่ง กระหน่ำ แบบไม่ไว้หน้า เหมือนเช่นเคย

          ส่วนสเปอร์ส ที่ช็อตไปดื้อ ๆ ที่สองนัดล่าสุด ไม่มีแต้มติดมือ จากการแพ้คู่แข่งอย่างลิเวอร์พูล และเลสเตอร์ ซิตี้ไปด้วยสกอร์เดียวกัน 0-2 ทำให้หลายคน คงตั้งคำถามว่า ทีมไก่เดือยทองนั้น มันเป็นของแท้ หรือแค่ก๊อปเกรดเอ ที่เสิ่นเจิ้น ส่งเข้าประกวดกันแน่ 

          โดยลูกทีม ของ โชเซ มูรินโญ่ ต้องลงกรำศึกบ็อกซิ่งเดย์ 3 เกม เช่นเดียวกับสองทีมดัง จาก เมืองแมนเชสเตอร์  โดยเริ่มจาก ออกไปเยือนวูล์ฟแฮมป์ตัน  ก่อนที่จะได้กลับมา เฝ้าเล้าไก่ รอเชือดสองน้องใหม่ อย่างฟูแล่ม และลีดส์ ยูไนเต็ดตามลำดับ หากสนใจเดิมพันกีฬาต้อง ที่นี่ !

ทางเข้าเล่นts911
คลิก !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *